counter 23,325

hands remember


ไปเจอ Hands Remember ฉบับชัดมากๆ ชัดที่สุดเท่าที่เคยดูมา
ความชัดกระแทกหัวและให้ความรู้สึกแปลกใหม่กว่าตอนที่ดูครั้งแรก
ภาพทุกตอนวิเศษงดงาม สุกปลั่ง และเจิดจรัสอยู่ในหัว



(เครื่องเล่นใหญ่จนตกขอบ และโหลดนานสุดๆ แต่คุ้ม)
ป.ล. ขี้เกียจโหลดไปดูได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=p0M6s_OIRNc

hands remember


ไปเจอ Hands Remember ฉบับชัดมากๆ ชัดที่สุดเท่าที่เคยดูมา
ความชัดกระแทกหัวและให้ความรู้สึกแปลกใหม่กว่าตอนที่ดูครั้งแรก
ภาพทุกตอนวิเศษงดงาม สุกปลั่ง และเจิดจรัสอยู่ในหัว



(เครื่องเล่นใหญ่จนตกขอบ และโหลดนานสุดๆ แต่คุ้ม)
ป.ล. ขี้เกียจโหลดไปดูได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=p0M6s_OIRNc

calpico


หลังจากอ่านหนังสือเล่มนึงที่มีการพาดพึงถึงเครื่องดื่มคาลพิโก้
ประสาทสัมผัสก็พารสชาติเก่าๆนั้นกลับมาฟุ้งอยู่ปริ่มปาก
ความทรงจำก็พาหัวสมองย้อนกลับไปสมัยเด็ก เมื่อตอนที่เครื่องดื่มนี้ยังฮิตอยู่
เพื่อนๆพากันมาเยี่ยมบ้าน นั่งกันเอกเขนก
แม่เปิดกระป๋องคาลพิโก้ รินใส่แก้วน้ำที่เรียงรายอยู่บนถาด พร้อมนำไปเสิร์ฟ
ความคิดของเราตอนนั้นก็คือ แม่ท่าจะบ้า ทำไมแจกจ่ายคาลพิโก้เยอะแยะ มันไม่ได้อร่อยขนาดนั้นซักหน่อย เพื่อนๆจะทำหน้ายังไง
แต่ภาพของแม่กับถาดที่เต็มไปด้วยแก้วน้ำที่มีคาลพิโก้บรรจุอยู่นั้นยังคงตราใจมาถึงวันนี้
เรายังจำสีของเสื้อที่แม่ใส่วันนั้นได้อยู่เลย แม่ใส่เสื้อสีฟ้าลายจุด เป็นเสื้อที่ตอนนี้เราไม่เห็นแม่ใส่อีกต่อไปแล้ว

ต่อจากนั้นมาเราก็บ่นว่าอยากดื่ม อยากดื่ม อยากดื่ม
จนไปเจอที่งานศูนย์ส่งออก แล้วก็ซื้อมา แม่บอกว่าดีจัง บอกอยากดื่มก็ได้ดื่ม
เราคิดว่ามันหมดตลาดไปแล้วเสียอีก เลยตุนไว้ในตู้เย็น นานๆดื่มที กลัวหมด
แต่อาทิตย์ต่อมา คาลพิโก้ที่เรานึกว่าหมดไปแล้วก็ถูกบรรจุขึ้นใหม่ในตู้เย็นอีกครั้ง
แม่บอกว่าที่เซเว่นอีเลฟเว่นนำมาขายใหม่ เละลดราคาเหลือเพียงกระป๋องละสิบบาทเอง
แม่เลยซื้อมาเติมให้เรื่อยๆ เพราะมันถูกดี

;D

hands remember


ไปเจอ Hands Remember ฉบับชัดมากๆ ชัดที่สุดเท่าที่เคยดูมา
ความชัดกระแทกหัวและให้ความรู้สึกแปลกใหม่กว่าตอนที่ดูครั้งแรก
ภาพทุกตอนวิเศษงดงาม สุกปลั่ง และเจิดจรัสอยู่ในหัว



(เครื่องเล่นใหญ่จนตกขอบ และโหลดนานสุดๆ แต่คุ้ม)
ป.ล. ขี้เกียจโหลดไปดูได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=p0M6s_OIRNc

calpico


หลังจากอ่านหนังสือเล่มนึงที่มีการพาดพึงถึงเครื่องดื่มคาลพิโก้
ประสาทสัมผัสก็พารสชาติเก่าๆนั้นกลับมาฟุ้งอยู่ปริ่มปาก
ความทรงจำก็พาหัวสมองย้อนกลับไปสมัยเด็ก เมื่อตอนที่เครื่องดื่มนี้ยังฮิตอยู่
เพื่อนๆพากันมาเยี่ยมบ้าน นั่งกันเอกเขนก
แม่เปิดกระป๋องคาลพิโก้ รินใส่แก้วน้ำที่เรียงรายอยู่บนถาด พร้อมนำไปเสิร์ฟ
ความคิดของเราตอนนั้นก็คือ แม่ท่าจะบ้า ทำไมแจกจ่ายคาลพิโก้เยอะแยะ มันไม่ได้อร่อยขนาดนั้นซักหน่อย เพื่อนๆจะทำหน้ายังไง
แต่ภาพของแม่กับถาดที่เต็มไปด้วยแก้วน้ำที่มีคาลพิโก้บรรจุอยู่นั้นยังคงตราใจมาถึงวันนี้
เรายังจำสีของเสื้อที่แม่ใส่วันนั้นได้อยู่เลย แม่ใส่เสื้อสีฟ้าลายจุด เป็นเสื้อที่ตอนนี้เราไม่เห็นแม่ใส่อีกต่อไปแล้ว

ต่อจากนั้นมาเราก็บ่นว่าอยากดื่ม อยากดื่ม อยากดื่ม
จนไปเจอที่งานศูนย์ส่งออก แล้วก็ซื้อมา แม่บอกว่าดีจัง บอกอยากดื่มก็ได้ดื่ม
เราคิดว่ามันหมดตลาดไปแล้วเสียอีก เลยตุนไว้ในตู้เย็น นานๆดื่มที กลัวหมด
แต่อาทิตย์ต่อมา คาลพิโก้ที่เรานึกว่าหมดไปแล้วก็ถูกบรรจุขึ้นใหม่ในตู้เย็นอีกครั้ง
แม่บอกว่าที่เซเว่นอีเลฟเว่นนำมาขายใหม่ เละลดราคาเหลือเพียงกระป๋องละสิบบาทเอง
แม่เลยซื้อมาเติมให้เรื่อยๆ เพราะมันถูกดี

;D

This Is Ivy League


"In a gritty borough known for it's "artsy" rock and "experimental" music these two just take it back to where it all began, simplified pop music with infectious harmonies that echo in your head." - URB

"Dreamy is a word used too often to describe all kinds of music, but This Is Ivy League does whisk you instantly to a place of postadolescent romantic longing." - TIME OUT NEW YORK

แต่เราก็ยังชอบคำว่า dreamy อยู่ดี เพราะมันฟังดู creamy ดี
และก็ดีใจที่ได้เรียนศัพท์ใหม่ - postadolescent - ที่เท่ห์ถัดมาจากคำว่า serendipity

.

.

.




Ryland แต่งเนื้อเพลงแนวบอซซ่าโนวาและโฟล์ค
Alex สร้างทำนองป๊อปสนุก ๆ
ผลที่ได้คือเพลงแบบ folky-pop ที่ทั้งสองพึงพอใจ

มีเสียงกีต้าร์เป็นพระเอก และก็เสียงร้องป็นอีกหนึ่งพระเอกที่กินกันไม่ลง
บางเพลงสนุก ฟังแล้วมีโฮ้ว ๆ
แต่บางเพลงที่ช้าและมีส่วนผสมของกีต้าร์โปร่ง ฟังแล้วก็คิดว่า นี่มันฝาแฝดของ Kings of Convenience นี่นา

ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเปิดตัวเมื่อประมาณเดือนที่แล้ว หนึ่งอีพี หนึ่งอัลบั้ม
และก็เป็นอีกหนึ่งวงที่เตรียมตัวเก็บเงินซื้อซีดี


เพลงเปิดตัว London Bridges



และเพลงถัดมาที่เพราะไม่แพ้กัน The Richest Kid

hands remember


ไปเจอ Hands Remember ฉบับชัดมากๆ ชัดที่สุดเท่าที่เคยดูมา
ความชัดกระแทกหัวและให้ความรู้สึกแปลกใหม่กว่าตอนที่ดูครั้งแรก
ภาพทุกตอนวิเศษงดงาม สุกปลั่ง และเจิดจรัสอยู่ในหัว



(เครื่องเล่นใหญ่จนตกขอบ และโหลดนานสุดๆ แต่คุ้ม)
ป.ล. ขี้เกียจโหลดไปดูได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=p0M6s_OIRNc

calpico


หลังจากอ่านหนังสือเล่มนึงที่มีการพาดพึงถึงเครื่องดื่มคาลพิโก้
ประสาทสัมผัสก็พารสชาติเก่าๆนั้นกลับมาฟุ้งอยู่ปริ่มปาก
ความทรงจำก็พาหัวสมองย้อนกลับไปสมัยเด็ก เมื่อตอนที่เครื่องดื่มนี้ยังฮิตอยู่
เพื่อนๆพากันมาเยี่ยมบ้าน นั่งกันเอกเขนก
แม่เปิดกระป๋องคาลพิโก้ รินใส่แก้วน้ำที่เรียงรายอยู่บนถาด พร้อมนำไปเสิร์ฟ
ความคิดของเราตอนนั้นก็คือ แม่ท่าจะบ้า ทำไมแจกจ่ายคาลพิโก้เยอะแยะ มันไม่ได้อร่อยขนาดนั้นซักหน่อย เพื่อนๆจะทำหน้ายังไง
แต่ภาพของแม่กับถาดที่เต็มไปด้วยแก้วน้ำที่มีคาลพิโก้บรรจุอยู่นั้นยังคงตราใจมาถึงวันนี้
เรายังจำสีของเสื้อที่แม่ใส่วันนั้นได้อยู่เลย แม่ใส่เสื้อสีฟ้าลายจุด เป็นเสื้อที่ตอนนี้เราไม่เห็นแม่ใส่อีกต่อไปแล้ว

ต่อจากนั้นมาเราก็บ่นว่าอยากดื่ม อยากดื่ม อยากดื่ม
จนไปเจอที่งานศูนย์ส่งออก แล้วก็ซื้อมา แม่บอกว่าดีจัง บอกอยากดื่มก็ได้ดื่ม
เราคิดว่ามันหมดตลาดไปแล้วเสียอีก เลยตุนไว้ในตู้เย็น นานๆดื่มที กลัวหมด
แต่อาทิตย์ต่อมา คาลพิโก้ที่เรานึกว่าหมดไปแล้วก็ถูกบรรจุขึ้นใหม่ในตู้เย็นอีกครั้ง
แม่บอกว่าที่เซเว่นอีเลฟเว่นนำมาขายใหม่ เละลดราคาเหลือเพียงกระป๋องละสิบบาทเอง
แม่เลยซื้อมาเติมให้เรื่อยๆ เพราะมันถูกดี

;D

This Is Ivy League


"In a gritty borough known for it's "artsy" rock and "experimental" music these two just take it back to where it all began, simplified pop music with infectious harmonies that echo in your head." - URB

"Dreamy is a word used too often to describe all kinds of music, but This Is Ivy League does whisk you instantly to a place of postadolescent romantic longing." - TIME OUT NEW YORK

แต่เราก็ยังชอบคำว่า dreamy อยู่ดี เพราะมันฟังดู creamy ดี
และก็ดีใจที่ได้เรียนศัพท์ใหม่ - postadolescent - ที่เท่ห์ถัดมาจากคำว่า serendipity

.

.

.




Ryland แต่งเนื้อเพลงแนวบอซซ่าโนวาและโฟล์ค
Alex สร้างทำนองป๊อปสนุก ๆ
ผลที่ได้คือเพลงแบบ folky-pop ที่ทั้งสองพึงพอใจ

มีเสียงกีต้าร์เป็นพระเอก และก็เสียงร้องป็นอีกหนึ่งพระเอกที่กินกันไม่ลง
บางเพลงสนุก ฟังแล้วมีโฮ้ว ๆ
แต่บางเพลงที่ช้าและมีส่วนผสมของกีต้าร์โปร่ง ฟังแล้วก็คิดว่า นี่มันฝาแฝดของ Kings of Convenience นี่นา

ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเปิดตัวเมื่อประมาณเดือนที่แล้ว หนึ่งอีพี หนึ่งอัลบั้ม
และก็เป็นอีกหนึ่งวงที่เตรียมตัวเก็บเงินซื้อซีดี


เพลงเปิดตัว London Bridges



และเพลงถัดมาที่เพราะไม่แพ้กัน The Richest Kid

TOKYO!




มาแล้ว มาแล้ว กับโปสเตอร์ของหนังเรื่อง Tokyo!
แล้วก็ เอาล่ะ คราวนี้จะพยายามเขียนให้รู้เรื่อง


Tokyo เป็นหนังที่เกิดขึ้นจากการร่วมมือของสามผู้กำกับ Michel Gondry (Eternal Sunshine of the Spotless Mind, The Science of Sleep), Joon-ho Bong (The Host) และ Leos Carax (จากฝรั่งเศษ) เพื่อการทำโปรเจกก์ของหนังสั้นสามเรื่องที่ถ่ายทอดชีวิตของคนในโตเกียว

ทั้งสามเรื่องประกอบไปด้วย :
Shaking Tokyo (Joon-ho) เกี่ยวกับผู้ชายที่ใช้ชีวิตอย่าง"ฮิโคโคโมริ"เป็นเวลายาวถึง 11 ปี จนกระทั่งวันหนึ่งเขาตกหลุมรักกับเด็กสาวส่งพิซซ่า แต่เมื่อเขามีความกล้าที่จะออกไปผจญโลกภายนอก เขากลับพบว่าส่วนที่เหลือของโตเกียวที่เขาไม่เคยได้สัมผัสไม่ได้เป็นอย่างที่คิด

Hiroko & Akira in Tokyo (Gondry) เผยเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งที่ย้ายจากฮอกไกโดเข้ามาอยู่ในโตเกียว เธอเข้ามาที่โตเกียวเหตุเพราะตามแฟนหนุ่มของเธอผู้ที่ความฝันอยากจะเป็นนักเขียนบทหนังเข้ามา แต่เธอไม่มีเป้าหมายอะไรของตัวเองเลยจนทำให้วันหนึ่งเธอรู้สึกว่าตัวเองได้กลายไปเป็นต้นไม้ที่แข็งกระด้างและพร้อมจะเฉาตายได้ตลอดเวลา

Merde (Carax) ผู้ชายคนหนึ่งโผล่จากมากท่อระบายน้ำของสถานที่ที่ไม่อาจเดาได้ ผลที่ตามมาคือเขาถูกตามจับและต้องประสบกับปฏิกิริยาของคนเมืองที่ตื่นตระหนกต่อเหตุการณ์ดังกล่าว


แต่ละตอนจะมีความยาวโดยประมาณ 30 นาที ไม่มีข้อมูลถูกปล่อยออกมามากนัก เป็นผลงานที่ริเริ่มเมื่อเดือนมีนาของปีที่แล้ว และเริ่มถ่ายทำจริงเมื่อเดือนสิงหาที่ผ่านมา ทั้งสามผู้กำกับหวังว่าจะได้พาหนังไปคานส์ปีนี้ 


มีรูปจากการถ่ายทำของผกก.จุนโฮออกมา





Yu Aoi, Teruyuki Kagawa(ที่รับบทเป็นพี่ชายของ โจ โอดากิริใน Sway), และ Joon ho
งี้ก็แสดงว่าพี่ยูได้เล่นเป็นสาวส่งพิซซ่าหนะสิ! ยอดไปเลย!


คาดไม่ออกว่าหนังจะออกมาเป็นอย่างไร แต่คิดได้ว่าถ้ามันไม่ดี มันก็คงจะโคตรแย่เลย ไม่มีกึ่งกลาง
แต่สำหรับเราแล้วแค่ชื่อของ Michel Gondry, Yu Aoi, Satoshi Tsumabuki, Ayako Fujitani (ที่เป็นผู้แต่งเรื่องและแสดงนำคู่กับชุนจิ อิวาอิใน Shiki-Jitsu) ที่ปรากฏขึ้นมาก็ทำให้เกิดความสนใจอย่างล้นหลามและอดทนที่จะรอดูไม่ไหวแล้ว


เข้าไปดูคลิปเกี่ยวกับหนัง ได้ที่ http://www.tokyo-movie.com

hands remember


ไปเจอ Hands Remember ฉบับชัดมากๆ ชัดที่สุดเท่าที่เคยดูมา
ความชัดกระแทกหัวและให้ความรู้สึกแปลกใหม่กว่าตอนที่ดูครั้งแรก
ภาพทุกตอนวิเศษงดงาม สุกปลั่ง และเจิดจรัสอยู่ในหัว



(เครื่องเล่นใหญ่จนตกขอบ และโหลดนานสุดๆ แต่คุ้ม)
ป.ล. ขี้เกียจโหลดไปดูได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=p0M6s_OIRNc

calpico


หลังจากอ่านหนังสือเล่มนึงที่มีการพาดพึงถึงเครื่องดื่มคาลพิโก้
ประสาทสัมผัสก็พารสชาติเก่าๆนั้นกลับมาฟุ้งอยู่ปริ่มปาก
ความทรงจำก็พาหัวสมองย้อนกลับไปสมัยเด็ก เมื่อตอนที่เครื่องดื่มนี้ยังฮิตอยู่
เพื่อนๆพากันมาเยี่ยมบ้าน นั่งกันเอกเขนก
แม่เปิดกระป๋องคาลพิโก้ รินใส่แก้วน้ำที่เรียงรายอยู่บนถาด พร้อมนำไปเสิร์ฟ
ความคิดของเราตอนนั้นก็คือ แม่ท่าจะบ้า ทำไมแจกจ่ายคาลพิโก้เยอะแยะ มันไม่ได้อร่อยขนาดนั้นซักหน่อย เพื่อนๆจะทำหน้ายังไง
แต่ภาพของแม่กับถาดที่เต็มไปด้วยแก้วน้ำที่มีคาลพิโก้บรรจุอยู่นั้นยังคงตราใจมาถึงวันนี้
เรายังจำสีของเสื้อที่แม่ใส่วันนั้นได้อยู่เลย แม่ใส่เสื้อสีฟ้าลายจุด เป็นเสื้อที่ตอนนี้เราไม่เห็นแม่ใส่อีกต่อไปแล้ว

ต่อจากนั้นมาเราก็บ่นว่าอยากดื่ม อยากดื่ม อยากดื่ม
จนไปเจอที่งานศูนย์ส่งออก แล้วก็ซื้อมา แม่บอกว่าดีจัง บอกอยากดื่มก็ได้ดื่ม
เราคิดว่ามันหมดตลาดไปแล้วเสียอีก เลยตุนไว้ในตู้เย็น นานๆดื่มที กลัวหมด
แต่อาทิตย์ต่อมา คาลพิโก้ที่เรานึกว่าหมดไปแล้วก็ถูกบรรจุขึ้นใหม่ในตู้เย็นอีกครั้ง
แม่บอกว่าที่เซเว่นอีเลฟเว่นนำมาขายใหม่ เละลดราคาเหลือเพียงกระป๋องละสิบบาทเอง
แม่เลยซื้อมาเติมให้เรื่อยๆ เพราะมันถูกดี

;D

This Is Ivy League


"In a gritty borough known for it's "artsy" rock and "experimental" music these two just take it back to where it all began, simplified pop music with infectious harmonies that echo in your head." - URB

"Dreamy is a word used too often to describe all kinds of music, but This Is Ivy League does whisk you instantly to a place of postadolescent romantic longing." - TIME OUT NEW YORK

แต่เราก็ยังชอบคำว่า dreamy อยู่ดี เพราะมันฟังดู creamy ดี
และก็ดีใจที่ได้เรียนศัพท์ใหม่ - postadolescent - ที่เท่ห์ถัดมาจากคำว่า serendipity

.

.

.




Ryland แต่งเนื้อเพลงแนวบอซซ่าโนวาและโฟล์ค
Alex สร้างทำนองป๊อปสนุก ๆ
ผลที่ได้คือเพลงแบบ folky-pop ที่ทั้งสองพึงพอใจ

มีเสียงกีต้าร์เป็นพระเอก และก็เสียงร้องป็นอีกหนึ่งพระเอกที่กินกันไม่ลง
บางเพลงสนุก ฟังแล้วมีโฮ้ว ๆ
แต่บางเพลงที่ช้าและมีส่วนผสมของกีต้าร์โปร่ง ฟังแล้วก็คิดว่า นี่มันฝาแฝดของ Kings of Convenience นี่นา

ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเปิดตัวเมื่อประมาณเดือนที่แล้ว หนึ่งอีพี หนึ่งอัลบั้ม
และก็เป็นอีกหนึ่งวงที่เตรียมตัวเก็บเงินซื้อซีดี


เพลงเปิดตัว London Bridges



และเพลงถัดมาที่เพราะไม่แพ้กัน The Richest Kid

TOKYO!




มาแล้ว มาแล้ว กับโปสเตอร์ของหนังเรื่อง Tokyo!
แล้วก็ เอาล่ะ คราวนี้จะพยายามเขียนให้รู้เรื่อง


Tokyo เป็นหนังที่เกิดขึ้นจากการร่วมมือของสามผู้กำกับ Michel Gondry (Eternal Sunshine of the Spotless Mind, The Science of Sleep), Joon-ho Bong (The Host) และ Leos Carax (จากฝรั่งเศษ) เพื่อการทำโปรเจกก์ของหนังสั้นสามเรื่องที่ถ่ายทอดชีวิตของคนในโตเกียว

ทั้งสามเรื่องประกอบไปด้วย :
Shaking Tokyo (Joon-ho) เกี่ยวกับผู้ชายที่ใช้ชีวิตอย่าง"ฮิโคโคโมริ"เป็นเวลายาวถึง 11 ปี จนกระทั่งวันหนึ่งเขาตกหลุมรักกับเด็กสาวส่งพิซซ่า แต่เมื่อเขามีความกล้าที่จะออกไปผจญโลกภายนอก เขากลับพบว่าส่วนที่เหลือของโตเกียวที่เขาไม่เคยได้สัมผัสไม่ได้เป็นอย่างที่คิด

Hiroko & Akira in Tokyo (Gondry) เผยเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งที่ย้ายจากฮอกไกโดเข้ามาอยู่ในโตเกียว เธอเข้ามาที่โตเกียวเหตุเพราะตามแฟนหนุ่มของเธอผู้ที่ความฝันอยากจะเป็นนักเขียนบทหนังเข้ามา แต่เธอไม่มีเป้าหมายอะไรของตัวเองเลยจนทำให้วันหนึ่งเธอรู้สึกว่าตัวเองได้กลายไปเป็นต้นไม้ที่แข็งกระด้างและพร้อมจะเฉาตายได้ตลอดเวลา

Merde (Carax) ผู้ชายคนหนึ่งโผล่จากมากท่อระบายน้ำของสถานที่ที่ไม่อาจเดาได้ ผลที่ตามมาคือเขาถูกตามจับและต้องประสบกับปฏิกิริยาของคนเมืองที่ตื่นตระหนกต่อเหตุการณ์ดังกล่าว


แต่ละตอนจะมีความยาวโดยประมาณ 30 นาที ไม่มีข้อมูลถูกปล่อยออกมามากนัก เป็นผลงานที่ริเริ่มเมื่อเดือนมีนาของปีที่แล้ว และเริ่มถ่ายทำจริงเมื่อเดือนสิงหาที่ผ่านมา ทั้งสามผู้กำกับหวังว่าจะได้พาหนังไปคานส์ปีนี้ 


มีรูปจากการถ่ายทำของผกก.จุนโฮออกมา





Yu Aoi, Teruyuki Kagawa(ที่รับบทเป็นพี่ชายของ โจ โอดากิริใน Sway), และ Joon ho
งี้ก็แสดงว่าพี่ยูได้เล่นเป็นสาวส่งพิซซ่าหนะสิ! ยอดไปเลย!


คาดไม่ออกว่าหนังจะออกมาเป็นอย่างไร แต่คิดได้ว่าถ้ามันไม่ดี มันก็คงจะโคตรแย่เลย ไม่มีกึ่งกลาง
แต่สำหรับเราแล้วแค่ชื่อของ Michel Gondry, Yu Aoi, Satoshi Tsumabuki, Ayako Fujitani (ที่เป็นผู้แต่งเรื่องและแสดงนำคู่กับชุนจิ อิวาอิใน Shiki-Jitsu) ที่ปรากฏขึ้นมาก็ทำให้เกิดความสนใจอย่างล้นหลามและอดทนที่จะรอดูไม่ไหวแล้ว


เข้าไปดูคลิปเกี่ยวกับหนัง ได้ที่ http://www.tokyo-movie.com

"รก"/hear


รู้สึกว่ายิ่งมาที่นี่จะยิ่งรกขึ้นเรื่อยๆ
ตอนที่ย้ายมาใหม่ๆ ได้แก้ปัญหาอันไม่เป็นที่พอใจไปเรียบร้อยแล้ว
แต่การพัฒนามันไม่หยุดอยู่แค่นั้น

ไม่ค่อยสบายตา (ผิดที่ตัวเราเองเรื่องมาก)

__________________________


ฟังเพลงสองเพลงนี้วนปวนมา
ทั้งที่มันก็ไม่ได้เพราะขนาดนั้นนี่นา
หรือว่าเพราะมันกัดกร่อนจิตใจเราตอนนี้ได้ดีเยี่ยม

I.
มาจากอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ Juno
ไม่มีโอกาสได้ดูหนังในโรง เพราก่อนหน้านี้ได้ยินข่าวลือเรื่องการแบน ใจร้อนกลัวไม่ได้ดูเลยซื้อแผ่นผีมา
เป็นการดูที่ยากลำบากอยู่สักหน่อยนึง เพราะมันไม่มีซับ
ไม่มีซับไทยไม่มีปัญหา แต่ซับอังกฤษไม่มีด้วยนี่ไม่ไหว เพราะว่าส่วนมากจะพูดกันเร็ว บางประโยคฟังไม่ทัน
ความคิดเห็นที่มีต่อหนังคือเฉยๆ ชอบ แต่ไม่ได้ชอบมากขนาดนั้น บางอย่างในหนังดู idealistic มากไป
แต่ต้องขอคาราวะการแสดงของ  Ellen Page เท่ห์สุดๆ เป็นปลื้ม เธอทำได้

ในอัลบั้มนี้ก็มีเพลงจากศิลปินที่เราคุ้นอยู่ก่อนบ้างเช่น B&S, The Moldy Peaches, Kimya Dawson, Catpower, The Velvet Underground, Sonic Youth และวงอื่นอื่นอีกมากมาย
ตอนแรกไปฟังอัลบั้มเต็มๆแบบฟรีๆก่อนที่ http://www.foxsearchlight.com/juno/
แล้วจึงตัดสินใจซื้อ แล้วก็ไม่ผิดหวัง เพราะได้ฟังตลอด
เป็นส่วนผสมของเพลงช็อตๆ บ้าๆบอๆ โฟล์ค และแคลปปิ้งมิวสิค
บางเพลงฟังแล้วอาจคิดว่ามันบ่นอะไร แต่ที่จริงแล้วมันเพราะนะ เป็นอัลบั้มที่ฟังง่ายมาก ฟังแบบไม่ต้องคิดมาก



so nice so smart เป็นอะไรที่ ที่ ตรงกับเพื่อนเราคนนึงสุดๆ เพลงนี้นำเสนอเค้ามากๆ
แต่ไม่รู้ใครหักอกใคร :)

+ แล้วก็ชอบพระเอกเรื่องนี้ด้วย กลายเป็นว่า เพื่อนบอกว่า เราเป็นคนชอบผู้ชายหงิมๆ . . . ไม่จริงนะ


II.
ต่อมาเป็น The Typhoon Band - ผลงานของคุณคุ่น ปราบดา ร่วมกับคุณหนุ่ม ภารดร โดยมี DOSM เสริมทัพ
ชอบเนื้อเพลง ศัพท์หรู แต่ในขณะเดียวกันก็เศร้า เพลงสนุก ๆ บางเพลงก็ยังแฝงความหมองอยู่
track listing นี่ทำร้ายคนฟังสุดๆ เพราะจากเพลงบางเพลงอารมณ์กรุ้งกริ๊ง (เอ่อ กรุ้งกริ๊งเข้มๆแบบพี่คุ่นไง)อยู่ แล้วเพลงต่อมาก็เปลี่ยนเป็นหม่นแบบไม่ทันได้ให้ตั้งตัวเลย
เป็นอัลบั้มของคนไทยที่มีคุณภาพอีกอัลบั้มนึงนะ (เอาไว้ฟังแก้เลี่ยนกระแส tatto colour ที่สุดจะฮิต ตอนนี้เพื่อนๆร้องได้ทั้งเกรด)



หลังจาก me in the dark ฮิตติดชาร์ตไปเรียบร้อยแล้ว
เพลงต่อมาที่เราเพลินเพลิดไปด้วยที่สุดคือเพลง Welcome Home
ฟังไปนับครั้งไม่ถ้วน รู้สึกว่ามีอะไรเกี่ยวโยงกับเพลงนี้
อธิบายไม่ถูก ต้องลองฟังเอง

+ แต่ก็ยังชอบบัวหิมะมากกว่าอยู่ดี ชอบชอบ อยากให้มี "เพลงประกอบนวนิยาย" ออกมาอีก ได้ข่าวว่าคุณคุ่นกำลังเขียนหนังสือเล่มใหม่อยู่ แต่ไม่รู้ว่าเป็นนวนิยายหรือบทความ ถ้าเขียนนิยายอีกอยากเชียร์ให้ทำเพลงประกอบออกมาอีก

+ ส่วนเรื่องแทททูคัลเลอร์นี่ไขออกแล้วว่าทำไมไม่ชอบ ฟังไปเพลงก็โอเค บางเพลงนี่เพราะเลย แต่ปัญหาคือเสียงคนร้องนั่นเอง ไม่ใช่เสียงเค้าไม่ดีนะ แต่เป็นเสียงที่ช่างไม่เข้ากับเพลงได้อะไรขนาดนี้ คล้ายไม่ลงตัว


buu