เป็นเส้นของคลื่นที่เรียบง่าย นิ่งงัน และเรื่อยตลอด
คล้ายจะคาดหวังไว้ หากยังไม่เชิง
เมฆปกคลุมท้องฟ้า สัตว์ประหลาดปุยนุ่มถูก
บางอย่างไม่ต้องตีความ ไม่จำเป็นที่จะต้องเอ่ยถ้อยวาจาถึงมัน
close your eyes, open your heart
กระดุมหลุด กล้ามเนื้อเบี้ยว
การไม่ไปไหนเลยที่ดีที่สุด
ของฝากแสนล้ำค่า ถูกใจ เมื่อได้ใช้แล้วอารมณ์ดี
นักอุดมคตินิยม ชอบดื่ม calpico
ญี่ห้อที่ญี่ปุ่นเขาเรียก calpis
calpis v.s. calpico?
ฟองของ calpis หรือ calpico แบบโซดา เบาบางเกินกว่าที่จะปกคลุมโลกแห่งอุดมคติที่ได้สร้างไว้
โลกนั้นแตกสลายโดยง่ายดาย
และถูกสร้างขึ้นมาอีกรอบโดยง่ายดายเช่นกัน
เป็นวัฏจักรเวียนวน วนเวียน เวียนวน ซ้ำซ้อน
เท่ากับที่เดิม อย่าเริ่มดีกว่า
เรียกโยคีเพลย์บอยมาเต้นกัน
ฟังเพลงตื่นของบอยตรัยและ arcade fire สลับกันไป
ตื่น ตื่น ตื่น
แล้วก็แวะเข้าเว็ป wakeup
แต่ไม่ได้ช่วยอะไร
ยังหลับอยู่
อยากหลับตา และนอนหลับชั่วนิรันดร์
เพื่อจะสานต่อ...อะไร
เราหลับเพื่ออะไร เรากลับไปทำไม
ไม่มีคำตอบ

ผึ้งน้อยบินว่อน
นี่ไม่ใช่เรื่องสั้น ไม่ใช่บทความ ไม่ใช่การบ่น ไม่ใช่อะไรทั้งนั้น
มันคือปิดเทอมหน้าร้อนครั้งสุดท้าย
เป็นเส้นของคลื่นที่เรียบง่าย นิ่งงัน และเรื่อยตลอด
คล้ายจะคาดหวังไว้ หากยังไม่เชิง
เมฆปกคลุมท้องฟ้า สัตว์ประหลาดปุยนุ่มถูก
บางอย่างไม่ต้องตีความ ไม่จำเป็นที่จะต้องเอ่ยถ้อยวาจาถึงมัน
close your eyes, open your heart
กระดุมหลุด กล้ามเนื้อเบี้ยว
การไม่ไปไหนเลยที่ดีที่สุด
ของฝากแสนล้ำค่า ถูกใจ เมื่อได้ใช้แล้วอารมณ์ดี
นักอุดมคตินิยม ชอบดื่ม calpico
ญี่ห้อที่ญี่ปุ่นเขาเรียก calpis
calpis v.s. calpico?
ฟองของ calpis หรือ calpico แบบโซดา เบาบางเกินกว่าที่จะปกคลุมโลกแห่งอุดมคติที่ได้สร้างไว้
โลกนั้นแตกสลายโดยง่ายดาย
และถูกสร้างขึ้นมาอีกรอบโดยง่ายดายเช่นกัน
เป็นวัฏจักรเวียนวน วนเวียน เวียนวน ซ้ำซ้อน
เท่ากับที่เดิม อย่าเริ่มดีกว่า
เรียกโยคีเพลย์บอยมาเต้นกัน
ฟังเพลงตื่นของบอยตรัยและ arcade fire สลับกันไป
ตื่น ตื่น ตื่น
แล้วก็แวะเข้าเว็ป wakeup
แต่ไม่ได้ช่วยอะไร
ยังหลับอยู่
อยากหลับตา และนอนหลับชั่วนิรันดร์
เพื่อจะสานต่อ...อะไร
เราหลับเพื่ออะไร เรากลับไปทำไม
ไม่มีคำตอบ

ผึ้งน้อยบินว่อน
นี่ไม่ใช่เรื่องสั้น ไม่ใช่บทความ ไม่ใช่การบ่น ไม่ใช่อะไรทั้งนั้น
มันคือปิดเทอมหน้าร้อนครั้งสุดท้าย
จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อวงภูมิจิตเจอกับช่วงเอ็นทรานซ์ของแฟตเรดิโอ
คลิปเก่าแก่ ตั้งแต่ปีที่แล้ว พึ่งไปเจอจากมายสเปซหนุ่ม
ดูได้เรื่อยๆดี ขำตอนที่บอกว่าอาร์มแชร์เก๊กกับตอนที่กัดเปอร์
ไม่ได้ฟังแฟตฯนานแล้ว จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้มีเพลงของวงเปิดบ้างยัง
เป็นเส้นของคลื่นที่เรียบง่าย นิ่งงัน และเรื่อยตลอด
คล้ายจะคาดหวังไว้ หากยังไม่เชิง
เมฆปกคลุมท้องฟ้า สัตว์ประหลาดปุยนุ่มถูก
บางอย่างไม่ต้องตีความ ไม่จำเป็นที่จะต้องเอ่ยถ้อยวาจาถึงมัน
close your eyes, open your heart
กระดุมหลุด กล้ามเนื้อเบี้ยว
การไม่ไปไหนเลยที่ดีที่สุด
ของฝากแสนล้ำค่า ถูกใจ เมื่อได้ใช้แล้วอารมณ์ดี
นักอุดมคตินิยม ชอบดื่ม calpico
ญี่ห้อที่ญี่ปุ่นเขาเรียก calpis
calpis v.s. calpico?
ฟองของ calpis หรือ calpico แบบโซดา เบาบางเกินกว่าที่จะปกคลุมโลกแห่งอุดมคติที่ได้สร้างไว้
โลกนั้นแตกสลายโดยง่ายดาย
และถูกสร้างขึ้นมาอีกรอบโดยง่ายดายเช่นกัน
เป็นวัฏจักรเวียนวน วนเวียน เวียนวน ซ้ำซ้อน
เท่ากับที่เดิม อย่าเริ่มดีกว่า
เรียกโยคีเพลย์บอยมาเต้นกัน
ฟังเพลงตื่นของบอยตรัยและ arcade fire สลับกันไป
ตื่น ตื่น ตื่น
แล้วก็แวะเข้าเว็ป wakeup
แต่ไม่ได้ช่วยอะไร
ยังหลับอยู่
อยากหลับตา และนอนหลับชั่วนิรันดร์
เพื่อจะสานต่อ...อะไร
เราหลับเพื่ออะไร เรากลับไปทำไม
ไม่มีคำตอบ

ผึ้งน้อยบินว่อน
นี่ไม่ใช่เรื่องสั้น ไม่ใช่บทความ ไม่ใช่การบ่น ไม่ใช่อะไรทั้งนั้น
มันคือปิดเทอมหน้าร้อนครั้งสุดท้าย
จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อวงภูมิจิตเจอกับช่วงเอ็นทรานซ์ของแฟตเรดิโอ
คลิปเก่าแก่ ตั้งแต่ปีที่แล้ว พึ่งไปเจอจากมายสเปซหนุ่ม
ดูได้เรื่อยๆดี ขำตอนที่บอกว่าอาร์มแชร์เก๊กกับตอนที่กัดเปอร์
ไม่ได้ฟังแฟตฯนานแล้ว จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้มีเพลงของวงเปิดบ้างยัง
ตลอดเวลาที่ผ่านมานี้
สิ่งที่เราคิดว่าเคยมองออกทะลุปุโปร่ง
กลับหม่นมัวและมืดดำ
มืดมิด มืดมิด มืดมิด
ไร้ทางออก
ที่จริงแล้วเราไม่เคยเข้าใจอะไรเลย
เป็นเส้นของคลื่นที่เรียบง่าย นิ่งงัน และเรื่อยตลอด
คล้ายจะคาดหวังไว้ หากยังไม่เชิง
เมฆปกคลุมท้องฟ้า สัตว์ประหลาดปุยนุ่มถูก
บางอย่างไม่ต้องตีความ ไม่จำเป็นที่จะต้องเอ่ยถ้อยวาจาถึงมัน
close your eyes, open your heart
กระดุมหลุด กล้ามเนื้อเบี้ยว
การไม่ไปไหนเลยที่ดีที่สุด
ของฝากแสนล้ำค่า ถูกใจ เมื่อได้ใช้แล้วอารมณ์ดี
นักอุดมคตินิยม ชอบดื่ม calpico
ญี่ห้อที่ญี่ปุ่นเขาเรียก calpis
calpis v.s. calpico?
ฟองของ calpis หรือ calpico แบบโซดา เบาบางเกินกว่าที่จะปกคลุมโลกแห่งอุดมคติที่ได้สร้างไว้
โลกนั้นแตกสลายโดยง่ายดาย
และถูกสร้างขึ้นมาอีกรอบโดยง่ายดายเช่นกัน
เป็นวัฏจักรเวียนวน วนเวียน เวียนวน ซ้ำซ้อน
เท่ากับที่เดิม อย่าเริ่มดีกว่า
เรียกโยคีเพลย์บอยมาเต้นกัน
ฟังเพลงตื่นของบอยตรัยและ arcade fire สลับกันไป
ตื่น ตื่น ตื่น
แล้วก็แวะเข้าเว็ป wakeup
แต่ไม่ได้ช่วยอะไร
ยังหลับอยู่
อยากหลับตา และนอนหลับชั่วนิรันดร์
เพื่อจะสานต่อ...อะไร
เราหลับเพื่ออะไร เรากลับไปทำไม
ไม่มีคำตอบ

ผึ้งน้อยบินว่อน
นี่ไม่ใช่เรื่องสั้น ไม่ใช่บทความ ไม่ใช่การบ่น ไม่ใช่อะไรทั้งนั้น
มันคือปิดเทอมหน้าร้อนครั้งสุดท้าย
จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อวงภูมิจิตเจอกับช่วงเอ็นทรานซ์ของแฟตเรดิโอ
คลิปเก่าแก่ ตั้งแต่ปีที่แล้ว พึ่งไปเจอจากมายสเปซหนุ่ม
ดูได้เรื่อยๆดี ขำตอนที่บอกว่าอาร์มแชร์เก๊กกับตอนที่กัดเปอร์
ไม่ได้ฟังแฟตฯนานแล้ว จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้มีเพลงของวงเปิดบ้างยัง
ตลอดเวลาที่ผ่านมานี้
สิ่งที่เราคิดว่าเคยมองออกทะลุปุโปร่ง
กลับหม่นมัวและมืดดำ
มืดมิด มืดมิด มืดมิด
ไร้ทางออก
ที่จริงแล้วเราไม่เคยเข้าใจอะไรเลย
เมื่อวันก่อนไปค้นคอมเครื่องเก่าเพื่อจะหาเพลงของ Salyu ฟัง
เลยถือโอกาสจัดเรียงของในนั้นไปด้วยเลย
แล้วก็ไปเจอดราฟจดหมายที่เขียนไว้
ปกติ สมัยก่อน เวลาส่งเมลล์หาใครจะไม่อ่านเพื่อตรวจทานหรือเซฟเก็บไว้ เขียนเสร็จแล้วส่งเลย
พึ่งมารู้เอาก็ตอนครั้งท้ายๆนี่แหละว่าหมู่คำของเราบางทีก็ควรค่าแก่การที่จะเก็บรักษา
พยายามหาผู้รอดชีวิตฉบับอื่น แต่เจอแค่อันเดียว
เค้าว่าอ่านจดหมายของคนอื่นเป็นการเสียมารยาท
แต่เราก็อ่านของชาวบ้านมานับไม่ถ้วนแล้ว จะเป็นไรไปถ้าเราจะไร้ยางอายเอาจดหมายตัวเองมาเปิดเผย
ตอนแรกจำไม่ได้ว่าเขียนเมื่อไหร่ และส่งหาใคร
แต่พออ่านไป อ่านไป ถึงเรื่องเพื่อนล้มหัวคว่ำ สุดท้ายก็จำได้ว่าตอนนั้นเราอยู่ ม.4
แล้วเพื่อนคนที่ล้มก็คือแอล วุ่นวายกันใหญ่ เอ็กซ์ขับรถไปส่งโรงพยาบาล ทุกคนกระวนกระวายและเป็นห่วง
เหมือนพึ่งเกิดขึ้นเมื่อวานเลย
และจดหมายเราก็เป็นแบบนี้
รู้อะไรไหม? พี่พูดถูก เราไม่น่าที่จะรีบร้อนอ่านผลงานชิ้นเอกของมูราคามิ เรื่อย เอื่อย และสบาย น่าจะอร่อยกว่า
เหมือนเนื้อนอกที่คัดสรรมาอย่างดี
ต้องค่อยๆละเลียด ไม่สามารถกลืนลงไปได้ทั้งชิ้นในเวลาเดียว
ต้องขอปฏิเสธว่า ไม่ได้เรียนด้านใดอย่างที่กล่าวมาทั้งสิ้น
ขอบคุณที่พี่ชอบกลุ่มคำของเรา ดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ยินเช่นนี้
แต่ได้โปรด ขออย่าได้บอกว่าชอบ เราก็แค่เขียนจดหมายคุยกัน วัยรุ่นสองคนกับจดหมายทางอิเล็กทรอนิคส์ที่อืดอาด เหมือนเด็กๆเขียนจดหมายหากัน เขียนโดยไม่ต้องเกรงกลัวสิ่งใด เขียนเพื่อความสบายใจ อยากเขียนก็เขียน เมื่อไม่อยากก็เฉยซะ
ไม่มีช่วงไหนที่ไม่เหนื่อย ดังที่ใครได้กล่าวไว้ รื่นเริงกับชีวิตมอปลาย และดื่มด่ำมันให้สุดขั้ว
นั่นเป็นเรื่องที่ถูกต้อง
อีกไม่กี่วันจะถึงกีฬาสีของเรียนเรียนเรา ไม่ทราบนะคะว่าที่โรงเรียนอื่นเป็นอย่างไร แต่การจัดการกีฬาสีของโรงเรียนเรานั้น เป็นเช่นนี้ :
ทางโรงเรียนจะไม่ยุ่งเกี่ยวใดๆเลย ให้เด็กนักเรียนเป็นคนจัดการกันเอง สร้างแสตน, เป็นพี่เลี้ยงเด็ก, เดินพาเหรดและเชียร์หลีดเดอร์, และ ไม่รู้สิ ทำหลายอย่าง จะเรียกว่าทำทุกอย่างก็เป็นได้ ทุกอย่างเท่าที่พวกฝ่ายครูๆจะนึกออก และสามารถปัดมาให้เด็กนักเรียนทำได้อย่างไม่เกินกำลัง
อ้อ ลืมพูดถึงไปว่า ที่ให้เด็กจัดการเองนั้น หมายถึงเด็กโต นับตั้งแต่ชั้น highschool g.9-g.12 (ให้ตายสิ เราไม่ชอบเลยเวลาพิมพ์อังกฤษอย่างงี้) หรือว่า ม.3 - ม.6 แบ่งตามชั้นวรรณะ
ปีที่แล้วเราไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรกับเพื่อนๆเลยนะ พูดตามตรง,
เพียงแค่ไปถึงโรงเรียน ให้ครูเช็คชื่อว่ามา อยู่ต่ออีกนิดหน่อยพอเป็นพิธี
จากนั้นเราก็ไม่รู้เรื่องราวใดที่เกิดในวันกีฬาสีอีกต่อไปแล้ว
เราซื้อขนมปังมาสองสามชิ้น กับน้ำอีกขวด ปลีกตัวออกมา
ไม่มีใครสังเกตุ ไม่แม้แต่จะคิดสงสัย การหายตัวอย่างฉับพลันของเราเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปแล้วสำหรับเพื่อนๆ
หาม้านั่งที่คนเดินผ่านไม่มากนัก ปักหลักอยู่ตรงนั้น หยิบหนังสือหรือแม็กกาซีนมาอ่าน
เชื่อไหมว่าเรานั่งอยู่นั่นได้ทั้งวันเชียวละ
แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนก่อน วันนี้กว่าเราจะถึงบ้านก็ตั้งสามทุ่มกว่า
ไม่เคยออกไปเที่ยวข้างนอกมาก่อนค่ะ ยกเว้นออกไปกับคุณแม่ คาดว่าแสงเสียงอาจทำให้เรามึนงงได้
พึ่งรู้วันนี้ ว่าก่อนวันจริงนั้นเค้าเตรียมการกันก่อนเป็น 3-4 เดือน เพื่อนๆที่เป็นเชียร์หลีดเดอร์นี่อยู่ดึกกว่าเราเสียอีก
ไม่ต้องสงสัยไปค่ะ เราไม่ได้เป็นเชียร์หลีดเดอร์ อดถือพุ่ม เต้นส่ายไปส่ายมา เหตุประการเดียวก็คือ หุ่นไม่ให้
แสตนของเกรดเราจะต้องเลิศอลังการ แยมพูดไว้
แยมคือ เพื่อนที่สนิทที่สุดของเรา...มั้ง
หน้าตาขาวสะอาดดีเยี่ยม การเรียนก็อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เป็นที่ชื่นชอบในหมู่ผู้ชาย
และ วาดรูปเก่ง ไอเดียสุดบรรเจิด เป็นอาร์ตติสของเกรด คงจะเป็นเรื่องแปลกไม่น้อย ที่คนที่เพรียบพร้อมสมบูรณ์แบบขนาดนี้ ได้มาเป็นเพื่อนสนิทของเรา
แต่คบไปนานๆทีเข้า เราก็เห็นจุดอ่อน ข้อผิดพลาด ปานบกพร่องของเจ้าหล่อนเสียเข้าให้
ณ ที่นี้ ไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่าความสัมพันธ์ของเราสองเป็นเช่นไร จู่ๆจะไม่พูด ก็ไม่พูดกันไปได้เป็นเดือน แต่พอบางวัน กลับมาหัวเราะทำตัวบ้าบอไปได้อย่างเคย
เอาละ กลับมาที่เรื่องวันกีฬาสีของเรา
วันนี้เป็นวันที่สามที่เราลองอยู่ช่วยพวกเพื่อนๆทำงานดู
เราไม่ได้ทำงานที่โรงเรียนกัน อาจจะเป็นเพราะว่า พื้นที่ไม่พอ และรูปร่างของแสตนก่อนที่จะได้ตั้งตระหง่านนั้น เป็นความลับ เพื่อไร้ความเสียเปรียบได้เปรียบต่อเกรดอื่นๆ
ไม่ต้องแปลกใจไป เราไม่ได้เช่าห้องที่ไหนทำหรอก เพียงแต่ว่า เรื่องมันก็ง่ายนิดเดียว
มีเพื่อนในเกรดคนนึง บ้านรวย ถึงชั้นเศรษฐีก็ว่าได้
และเป็นเรื่องบังเอิญที่น่ายินดี เมื่อบ้านของเพื่อนคนนี้ อยู่ใกล้กับโรงเรียน เดินไปประมาณแค่ห้านาทีก็ถึงแล้ว
เรายกเค้าไปทำงานที่บ้านของเพื่อนคนนี้กัน เลอะเทอะนิดหน่อย แต่รายละเอียดที่ต้องเก็บกวาดไม่เหนือบ่ากว่าแรง
คุณอาร์ทติสประจำเกรด จะออกแบบ ผลงานชิ้นใหญ่ ตื่นโตและหรูอลังการ
คุณอาร์ทติสจะกระจายงานให้แต่ละคนที่มาช่วยทำไปเป็นกลุ่มๆ ไม่เหนื่อยยาก เพียงแต่ต้องใช้เวลาและความปราณีตในการทำให้ลุล่วง
หลังจากเราแปะกระดาษ ทาสี และทำงานจิปาถะอื่นๆเสร็จหมดแล้ว สิ่งที่หยุดเราให้ได้ชะงักไว้นาน ก็คือ การตัดโฟม
พี่อาจคิดว่า (หรือถ้าไม่ได้คิด ก็ขอโทษค่ะ) การตัดโฟม? มันมีอะไรกับการตัดโฟมวะ? ก็แค่ดูแบบ เอาปากกาวาด และเอามีดตัดตามที่ต้องการ
ก่อนหน้าที่เราจะได้ทำหน้าที่นี้ เราก็คิดเช่นนั้น พูดแซวเพื่อนที่นั่งทำอยู่ว่าจะใช้เวลาทั้งวันเลยไหม? ไม่ทำถึงพรุ่งนี้ไปเลยละ? และหัวเราะร่วนตามคำแซวของตัวเองเมื่อเพื่อนยิ้มออกมา เป็นต้น
เมื่อได้มาลองเอง ต้องพูดว่า ช้าก่อน ทุกอย่างไม่ได้เบามือเช่นนั้น การตัดโฟม สำหรับเราแล้ว เป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสเอาการ ถ่วงเราไว้ที่ตรงนั้นได้เกือบๆ 4 ชั่วโมง
อุปกรณ์เป็นเรื่องที่สำคัญไม่น้อยในภารกิจนี้ สิ่งที่เราใช้นั้นคือมีดคัตเตอร์ ต้องเพิ่มความระวังมากขึ้นกับงาน เพราะว่ามันคมกริบเลยละ
งานนี้มีเราทำหนึ่งคน และอีกคนเป็นเพื่อนสาวหน้าตาดี หากนิสัยไม่เข้ากับหน้าตา
เราสนุกนะ จะว่าไป--ได้ทำงานไป คุยไปเรื่อย เวลาผ่านเป็นถังก่อนที่จะรู้สึกรู้สาว่านี่ฟ้ามืดแล้ว
เราหยุดตัดโฟมไปสิบนาทีหนังจากทำมีดคัตเตอร์ด้ามที่สองหัก แต่ไม่นานนักก็กลับมาทำใหม่
เป็นเช่นนี้เรื่อยไป จนถึงสามทุ่มกว่า ถึงจะได้เดินทางกลับบ้าน
มีเหตุร้ายเกิดขึ้นเล็กน้อย เพื่อนเชียร์ลีดเดอร์หัวกระแทกพื้น โดนจับส่งโรงพยาบาล
ไม่มีอะไรมาก เพียงแค่หัวโนเล็กน้อย และปวดตึบ หมอเอ็กซเรย์แล้ว ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ กลับบ้านได้เลย
แต่คุณแม่ของเพื่อนสาวไม่ยอมเช่นนั้น เจาะจงให้ลูกนอนโรงพยาบาล พร้อมติว่า จะให้เลิกเป็นหลีด
เท่าที่ได้ยินมา เพื่อนสาวคนนั้นพูดออกมาจากปากเองว่า ถึงจะห้าม ก็จะเต้นในวันจริง
คุณแม่ถึงกับเงียบ พูดอะไรต่อไม่ได้
ตอนกลับบ้าน สายตาผู้คนที่รถไฟฟ้ามองเราอย่างพินิจพิจรณา
อาจตีความไปได้ว่า หนึ่งในนั้น มีความคิดว่าเราไปตกถังสีมา หรือไม่ก็เป็นตัวเราเอง ที่ตื่นไวและหลงต่อตนเองจึงคิดไปว่าถูกมอง
เนื้อตัวมอมแมม ไม่เหลือชิ้นดี
แต่ยังไงก็แล้วแต่ นี่แหละค่ะ เราถึงบ้านแล้ว
อ้า กว่าจะรู้ตัว ก็ได้พูดเรื่องไร้สาระไปให้พี่ฟังมากมาย
หวังว่าคงไม่รังเกียจ หรือว่าเบือไปซะก่อน
เล่าเรื่องของพี่มาให้เราฟังบ้างก็ได้ เล่าแบบจริงใจ เปิดเผยทุกซอกทุกมุมอย่างไม่หวั่น
เรื่องอะไรก็ได้ เราอยากอ่าน เราชอบการเขียนคุยกันยาวๆ อย่างที่ได้บอกไปแล้ว
ถึงแม้ว่ามันจะดูเหมือนกับการบ่นอยู่คนเดียว แต่มันให้ความรู้สึกแปลกพึลึก ผิดแผกจากการคุยกันโดยโทรศัพท์หรือการแชทกันโดย MSN โดยสิ้นเชิง
เอาละ ขออภัยอีกครั้งที่เล่าเรื่องงี่เง่าเหยียดยาว
รู้อะไรไหม? เวลานี้เรานึกถึงจดหมายของผู้หมวดมามิยะ ที่มักจะกำกับท้ายมาเสมอว่า "ขออภัยที่เล่าเรื่องไร้สาระเหยียดยาวให้คุณฟัง"
เออบางทีพี่อาจจะพูดถูก
ไม่อาจรู้ได้เช่นกัน เขียนอย่างงี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร
ขออภัยที่เล่าเรื่องไร้สาระเหยียดยาวให้พี่ฟังค่ะ
ส่วนนึงที่ทำให้เราหยุดกึกหลังอ่านจบ คือความคิดที่ว่า เราเคยเขียนแบบนี้ด้วยเหรอ? นี่คือจดหมายของเราเหรอ? จำไม่ได้ ถ้าไม่ได้เจอในคอมเก่าตัวเอง มาอ่านทีหลัง คงไม่รู้ว่านี่เป็นของเรา
เหมือนเราไม่เคยเขียนอะไรอย่างนี้ เราไม่เคยพอใจในตัวอักษรที่พยายามเรียงร้อยออกมาสักครั้ง พอเวลาเขียนอะไร กลับมาอ่านอีกที ไม่เคยเพียงพอใจ
แต่ครั้งนี้กลับแปลกออกไป พอลองมาอ่านดูแล้วความรู้สึกอีกแบบก่อตัว ไม่ใช่ว่าพอใจหรือชอบ แต่ความรู้สึกไม่พอใจหายไป คล้ายกับว่าเรารู้สึกเป็นธรรมชาติกับจดหมายนี้ที่เราเขียนมาก
อาจเป็นเพราะว่าไม่ได้เขียนเพ้อเจ้ออยู่คนเดียว แต่กำลังเล่าเรื่องของตนให้อีกฝ่ายที่เรารู้ว่าจะเขียนตอบฟัง ก็เป็นได้
ไม่ได้เขียนจดหมายนานแล้ว ทั้งแบบอิเล็คโทรนิคส์ และแบบปากกา-กระดาษ
อีกส่วนก็คือ อ่านเรื่องแยมแล้วอึ้งไปกับตัวเอง
ไม่รู้ว่าเราจะคิดกับเค้าแบบนั้น
ปัจจุบันกับอดีตเทียบค่ากันไม่ได้เลย
แยมไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสียหน่อย เพียบพร้อมสมบูรณ์แบบเหรอ เหอะ ไม่มีใครในโลกนี้หรอกที่เพียบพร้อมและสมบูรณ์
เรามันก็แค่นักวาดภาพที่ไหลไปกับคำชักจูงของตัวเอง
เป็นเส้นของคลื่นที่เรียบง่าย นิ่งงัน และเรื่อยตลอด
คล้ายจะคาดหวังไว้ หากยังไม่เชิง
เมฆปกคลุมท้องฟ้า สัตว์ประหลาดปุยนุ่มถูก
บางอย่างไม่ต้องตีความ ไม่จำเป็นที่จะต้องเอ่ยถ้อยวาจาถึงมัน
close your eyes, open your heart
กระดุมหลุด กล้ามเนื้อเบี้ยว
การไม่ไปไหนเลยที่ดีที่สุด
ของฝากแสนล้ำค่า ถูกใจ เมื่อได้ใช้แล้วอารมณ์ดี
นักอุดมคตินิยม ชอบดื่ม calpico
ญี่ห้อที่ญี่ปุ่นเขาเรียก calpis
calpis v.s. calpico?
ฟองของ calpis หรือ calpico แบบโซดา เบาบางเกินกว่าที่จะปกคลุมโลกแห่งอุดมคติที่ได้สร้างไว้
โลกนั้นแตกสลายโดยง่ายดาย
และถูกสร้างขึ้นมาอีกรอบโดยง่ายดายเช่นกัน
เป็นวัฏจักรเวียนวน วนเวียน เวียนวน ซ้ำซ้อน
เท่ากับที่เดิม อย่าเริ่มดีกว่า
เรียกโยคีเพลย์บอยมาเต้นกัน
ฟังเพลงตื่นของบอยตรัยและ arcade fire สลับกันไป
ตื่น ตื่น ตื่น
แล้วก็แวะเข้าเว็ป wakeup
แต่ไม่ได้ช่วยอะไร
ยังหลับอยู่
อยากหลับตา และนอนหลับชั่วนิรันดร์
เพื่อจะสานต่อ...อะไร
เราหลับเพื่ออะไร เรากลับไปทำไม
ไม่มีคำตอบ

ผึ้งน้อยบินว่อน
นี่ไม่ใช่เรื่องสั้น ไม่ใช่บทความ ไม่ใช่การบ่น ไม่ใช่อะไรทั้งนั้น
มันคือปิดเทอมหน้าร้อนครั้งสุดท้าย
จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อวงภูมิจิตเจอกับช่วงเอ็นทรานซ์ของแฟตเรดิโอ
คลิปเก่าแก่ ตั้งแต่ปีที่แล้ว พึ่งไปเจอจากมายสเปซหนุ่ม
ดูได้เรื่อยๆดี ขำตอนที่บอกว่าอาร์มแชร์เก๊กกับตอนที่กัดเปอร์
ไม่ได้ฟังแฟตฯนานแล้ว จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้มีเพลงของวงเปิดบ้างยัง
ตลอดเวลาที่ผ่านมานี้
สิ่งที่เราคิดว่าเคยมองออกทะลุปุโปร่ง
กลับหม่นมัวและมืดดำ
มืดมิด มืดมิด มืดมิด
ไร้ทางออก
ที่จริงแล้วเราไม่เคยเข้าใจอะไรเลย
เมื่อวันก่อนไปค้นคอมเครื่องเก่าเพื่อจะหาเพลงของ Salyu ฟัง
เลยถือโอกาสจัดเรียงของในนั้นไปด้วยเลย
แล้วก็ไปเจอดราฟจดหมายที่เขียนไว้
ปกติ สมัยก่อน เวลาส่งเมลล์หาใครจะไม่อ่านเพื่อตรวจทานหรือเซฟเก็บไว้ เขียนเสร็จแล้วส่งเลย
พึ่งมารู้เอาก็ตอนครั้งท้ายๆนี่แหละว่าหมู่คำของเราบางทีก็ควรค่าแก่การที่จะเก็บรักษา
พยายามหาผู้รอดชีวิตฉบับอื่น แต่เจอแค่อันเดียว
เค้าว่าอ่านจดหมายของคนอื่นเป็นการเสียมารยาท
แต่เราก็อ่านของชาวบ้านมานับไม่ถ้วนแล้ว จะเป็นไรไปถ้าเราจะไร้ยางอายเอาจดหมายตัวเองมาเปิดเผย
ตอนแรกจำไม่ได้ว่าเขียนเมื่อไหร่ และส่งหาใคร
แต่พออ่านไป อ่านไป ถึงเรื่องเพื่อนล้มหัวคว่ำ สุดท้ายก็จำได้ว่าตอนนั้นเราอยู่ ม.4
แล้วเพื่อนคนที่ล้มก็คือแอล วุ่นวายกันใหญ่ เอ็กซ์ขับรถไปส่งโรงพยาบาล ทุกคนกระวนกระวายและเป็นห่วง
เหมือนพึ่งเกิดขึ้นเมื่อวานเลย
และจดหมายเราก็เป็นแบบนี้
รู้อะไรไหม? พี่พูดถูก เราไม่น่าที่จะรีบร้อนอ่านผลงานชิ้นเอกของมูราคามิ เรื่อย เอื่อย และสบาย น่าจะอร่อยกว่า
เหมือนเนื้อนอกที่คัดสรรมาอย่างดี
ต้องค่อยๆละเลียด ไม่สามารถกลืนลงไปได้ทั้งชิ้นในเวลาเดียว
ต้องขอปฏิเสธว่า ไม่ได้เรียนด้านใดอย่างที่กล่าวมาทั้งสิ้น
ขอบคุณที่พี่ชอบกลุ่มคำของเรา ดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ยินเช่นนี้
แต่ได้โปรด ขออย่าได้บอกว่าชอบ เราก็แค่เขียนจดหมายคุยกัน วัยรุ่นสองคนกับจดหมายทางอิเล็กทรอนิคส์ที่อืดอาด เหมือนเด็กๆเขียนจดหมายหากัน เขียนโดยไม่ต้องเกรงกลัวสิ่งใด เขียนเพื่อความสบายใจ อยากเขียนก็เขียน เมื่อไม่อยากก็เฉยซะ
ไม่มีช่วงไหนที่ไม่เหนื่อย ดังที่ใครได้กล่าวไว้ รื่นเริงกับชีวิตมอปลาย และดื่มด่ำมันให้สุดขั้ว
นั่นเป็นเรื่องที่ถูกต้อง
อีกไม่กี่วันจะถึงกีฬาสีของเรียนเรียนเรา ไม่ทราบนะคะว่าที่โรงเรียนอื่นเป็นอย่างไร แต่การจัดการกีฬาสีของโรงเรียนเรานั้น เป็นเช่นนี้ :
ทางโรงเรียนจะไม่ยุ่งเกี่ยวใดๆเลย ให้เด็กนักเรียนเป็นคนจัดการกันเอง สร้างแสตน, เป็นพี่เลี้ยงเด็ก, เดินพาเหรดและเชียร์หลีดเดอร์, และ ไม่รู้สิ ทำหลายอย่าง จะเรียกว่าทำทุกอย่างก็เป็นได้ ทุกอย่างเท่าที่พวกฝ่ายครูๆจะนึกออก และสามารถปัดมาให้เด็กนักเรียนทำได้อย่างไม่เกินกำลัง
อ้อ ลืมพูดถึงไปว่า ที่ให้เด็กจัดการเองนั้น หมายถึงเด็กโต นับตั้งแต่ชั้น highschool g.9-g.12 (ให้ตายสิ เราไม่ชอบเลยเวลาพิมพ์อังกฤษอย่างงี้) หรือว่า ม.3 - ม.6 แบ่งตามชั้นวรรณะ
ปีที่แล้วเราไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรกับเพื่อนๆเลยนะ พูดตามตรง,
เพียงแค่ไปถึงโรงเรียน ให้ครูเช็คชื่อว่ามา อยู่ต่ออีกนิดหน่อยพอเป็นพิธี
จากนั้นเราก็ไม่รู้เรื่องราวใดที่เกิดในวันกีฬาสีอีกต่อไปแล้ว
เราซื้อขนมปังมาสองสามชิ้น กับน้ำอีกขวด ปลีกตัวออกมา
ไม่มีใครสังเกตุ ไม่แม้แต่จะคิดสงสัย การหายตัวอย่างฉับพลันของเราเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปแล้วสำหรับเพื่อนๆ
หาม้านั่งที่คนเดินผ่านไม่มากนัก ปักหลักอยู่ตรงนั้น หยิบหนังสือหรือแม็กกาซีนมาอ่าน
เชื่อไหมว่าเรานั่งอยู่นั่นได้ทั้งวันเชียวละ
แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนก่อน วันนี้กว่าเราจะถึงบ้านก็ตั้งสามทุ่มกว่า
ไม่เคยออกไปเที่ยวข้างนอกมาก่อนค่ะ ยกเว้นออกไปกับคุณแม่ คาดว่าแสงเสียงอาจทำให้เรามึนงงได้
พึ่งรู้วันนี้ ว่าก่อนวันจริงนั้นเค้าเตรียมการกันก่อนเป็น 3-4 เดือน เพื่อนๆที่เป็นเชียร์หลีดเดอร์นี่อยู่ดึกกว่าเราเสียอีก
ไม่ต้องสงสัยไปค่ะ เราไม่ได้เป็นเชียร์หลีดเดอร์ อดถือพุ่ม เต้นส่ายไปส่ายมา เหตุประการเดียวก็คือ หุ่นไม่ให้
แสตนของเกรดเราจะต้องเลิศอลังการ แยมพูดไว้
แยมคือ เพื่อนที่สนิทที่สุดของเรา...มั้ง
หน้าตาขาวสะอาดดีเยี่ยม การเรียนก็อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เป็นที่ชื่นชอบในหมู่ผู้ชาย
และ วาดรูปเก่ง ไอเดียสุดบรรเจิด เป็นอาร์ตติสของเกรด คงจะเป็นเรื่องแปลกไม่น้อย ที่คนที่เพรียบพร้อมสมบูรณ์แบบขนาดนี้ ได้มาเป็นเพื่อนสนิทของเรา
แต่คบไปนานๆทีเข้า เราก็เห็นจุดอ่อน ข้อผิดพลาด ปานบกพร่องของเจ้าหล่อนเสียเข้าให้
ณ ที่นี้ ไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่าความสัมพันธ์ของเราสองเป็นเช่นไร จู่ๆจะไม่พูด ก็ไม่พูดกันไปได้เป็นเดือน แต่พอบางวัน กลับมาหัวเราะทำตัวบ้าบอไปได้อย่างเคย
เอาละ กลับมาที่เรื่องวันกีฬาสีของเรา
วันนี้เป็นวันที่สามที่เราลองอยู่ช่วยพวกเพื่อนๆทำงานดู
เราไม่ได้ทำงานที่โรงเรียนกัน อาจจะเป็นเพราะว่า พื้นที่ไม่พอ และรูปร่างของแสตนก่อนที่จะได้ตั้งตระหง่านนั้น เป็นความลับ เพื่อไร้ความเสียเปรียบได้เปรียบต่อเกรดอื่นๆ
ไม่ต้องแปลกใจไป เราไม่ได้เช่าห้องที่ไหนทำหรอก เพียงแต่ว่า เรื่องมันก็ง่ายนิดเดียว
มีเพื่อนในเกรดคนนึง บ้านรวย ถึงชั้นเศรษฐีก็ว่าได้
และเป็นเรื่องบังเอิญที่น่ายินดี เมื่อบ้านของเพื่อนคนนี้ อยู่ใกล้กับโรงเรียน เดินไปประมาณแค่ห้านาทีก็ถึงแล้ว
เรายกเค้าไปทำงานที่บ้านของเพื่อนคนนี้กัน เลอะเทอะนิดหน่อย แต่รายละเอียดที่ต้องเก็บกวาดไม่เหนือบ่ากว่าแรง
คุณอาร์ทติสประจำเกรด จะออกแบบ ผลงานชิ้นใหญ่ ตื่นโตและหรูอลังการ
คุณอาร์ทติสจะกระจายงานให้แต่ละคนที่มาช่วยทำไปเป็นกลุ่มๆ ไม่เหนื่อยยาก เพียงแต่ต้องใช้เวลาและความปราณีตในการทำให้ลุล่วง
หลังจากเราแปะกระดาษ ทาสี และทำงานจิปาถะอื่นๆเสร็จหมดแล้ว สิ่งที่หยุดเราให้ได้ชะงักไว้นาน ก็คือ การตัดโฟม
พี่อาจคิดว่า (หรือถ้าไม่ได้คิด ก็ขอโทษค่ะ) การตัดโฟม? มันมีอะไรกับการตัดโฟมวะ? ก็แค่ดูแบบ เอาปากกาวาด และเอามีดตัดตามที่ต้องการ
ก่อนหน้าที่เราจะได้ทำหน้าที่นี้ เราก็คิดเช่นนั้น พูดแซวเพื่อนที่นั่งทำอยู่ว่าจะใช้เวลาทั้งวันเลยไหม? ไม่ทำถึงพรุ่งนี้ไปเลยละ? และหัวเราะร่วนตามคำแซวของตัวเองเมื่อเพื่อนยิ้มออกมา เป็นต้น
เมื่อได้มาลองเอง ต้องพูดว่า ช้าก่อน ทุกอย่างไม่ได้เบามือเช่นนั้น การตัดโฟม สำหรับเราแล้ว เป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสเอาการ ถ่วงเราไว้ที่ตรงนั้นได้เกือบๆ 4 ชั่วโมง
อุปกรณ์เป็นเรื่องที่สำคัญไม่น้อยในภารกิจนี้ สิ่งที่เราใช้นั้นคือมีดคัตเตอร์ ต้องเพิ่มความระวังมากขึ้นกับงาน เพราะว่ามันคมกริบเลยละ
งานนี้มีเราทำหนึ่งคน และอีกคนเป็นเพื่อนสาวหน้าตาดี หากนิสัยไม่เข้ากับหน้าตา
เราสนุกนะ จะว่าไป--ได้ทำงานไป คุยไปเรื่อย เวลาผ่านเป็นถังก่อนที่จะรู้สึกรู้สาว่านี่ฟ้ามืดแล้ว
เราหยุดตัดโฟมไปสิบนาทีหนังจากทำมีดคัตเตอร์ด้ามที่สองหัก แต่ไม่นานนักก็กลับมาทำใหม่
เป็นเช่นนี้เรื่อยไป จนถึงสามทุ่มกว่า ถึงจะได้เดินทางกลับบ้าน
มีเหตุร้ายเกิดขึ้นเล็กน้อย เพื่อนเชียร์ลีดเดอร์หัวกระแทกพื้น โดนจับส่งโรงพยาบาล
ไม่มีอะไรมาก เพียงแค่หัวโนเล็กน้อย และปวดตึบ หมอเอ็กซเรย์แล้ว ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ กลับบ้านได้เลย
แต่คุณแม่ของเพื่อนสาวไม่ยอมเช่นนั้น เจาะจงให้ลูกนอนโรงพยาบาล พร้อมติว่า จะให้เลิกเป็นหลีด
เท่าที่ได้ยินมา เพื่อนสาวคนนั้นพูดออกมาจากปากเองว่า ถึงจะห้าม ก็จะเต้นในวันจริง
คุณแม่ถึงกับเงียบ พูดอะไรต่อไม่ได้
ตอนกลับบ้าน สายตาผู้คนที่รถไฟฟ้ามองเราอย่างพินิจพิจรณา
อาจตีความไปได้ว่า หนึ่งในนั้น มีความคิดว่าเราไปตกถังสีมา หรือไม่ก็เป็นตัวเราเอง ที่ตื่นไวและหลงต่อตนเองจึงคิดไปว่าถูกมอง
เนื้อตัวมอมแมม ไม่เหลือชิ้นดี
แต่ยังไงก็แล้วแต่ นี่แหละค่ะ เราถึงบ้านแล้ว
อ้า กว่าจะรู้ตัว ก็ได้พูดเรื่องไร้สาระไปให้พี่ฟังมากมาย
หวังว่าคงไม่รังเกียจ หรือว่าเบือไปซะก่อน
เล่าเรื่องของพี่มาให้เราฟังบ้างก็ได้ เล่าแบบจริงใจ เปิดเผยทุกซอกทุกมุมอย่างไม่หวั่น
เรื่องอะไรก็ได้ เราอยากอ่าน เราชอบการเขียนคุยกันยาวๆ อย่างที่ได้บอกไปแล้ว
ถึงแม้ว่ามันจะดูเหมือนกับการบ่นอยู่คนเดียว แต่มันให้ความรู้สึกแปลกพึลึก ผิดแผกจากการคุยกันโดยโทรศัพท์หรือการแชทกันโดย MSN โดยสิ้นเชิง
เอาละ ขออภัยอีกครั้งที่เล่าเรื่องงี่เง่าเหยียดยาว
รู้อะไรไหม? เวลานี้เรานึกถึงจดหมายของผู้หมวดมามิยะ ที่มักจะกำกับท้ายมาเสมอว่า "ขออภัยที่เล่าเรื่องไร้สาระเหยียดยาวให้คุณฟัง"
เออบางทีพี่อาจจะพูดถูก
ไม่อาจรู้ได้เช่นกัน เขียนอย่างงี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร
ขออภัยที่เล่าเรื่องไร้สาระเหยียดยาวให้พี่ฟังค่ะ
ส่วนนึงที่ทำให้เราหยุดกึกหลังอ่านจบ คือความคิดที่ว่า เราเคยเขียนแบบนี้ด้วยเหรอ? นี่คือจดหมายของเราเหรอ? จำไม่ได้ ถ้าไม่ได้เจอในคอมเก่าตัวเอง มาอ่านทีหลัง คงไม่รู้ว่านี่เป็นของเรา
เหมือนเราไม่เคยเขียนอะไรอย่างนี้ เราไม่เคยพอใจในตัวอักษรที่พยายามเรียงร้อยออกมาสักครั้ง พอเวลาเขียนอะไร กลับมาอ่านอีกที ไม่เคยเพียงพอใจ
แต่ครั้งนี้กลับแปลกออกไป พอลองมาอ่านดูแล้วความรู้สึกอีกแบบก่อตัว ไม่ใช่ว่าพอใจหรือชอบ แต่ความรู้สึกไม่พอใจหายไป คล้ายกับว่าเรารู้สึกเป็นธรรมชาติกับจดหมายนี้ที่เราเขียนมาก
อาจเป็นเพราะว่าไม่ได้เขียนเพ้อเจ้ออยู่คนเดียว แต่กำลังเล่าเรื่องของตนให้อีกฝ่ายที่เรารู้ว่าจะเขียนตอบฟัง ก็เป็นได้
ไม่ได้เขียนจดหมายนานแล้ว ทั้งแบบอิเล็คโทรนิคส์ และแบบปากกา-กระดาษ
อีกส่วนก็คือ อ่านเรื่องแยมแล้วอึ้งไปกับตัวเอง
ไม่รู้ว่าเราจะคิดกับเค้าแบบนั้น
ปัจจุบันกับอดีตเทียบค่ากันไม่ได้เลย
แยมไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสียหน่อย เพียบพร้อมสมบูรณ์แบบเหรอ เหอะ ไม่มีใครในโลกนี้หรอกที่เพียบพร้อมและสมบูรณ์
เรามันก็แค่นักวาดภาพที่ไหลไปกับคำชักจูงของตัวเอง

เย็นๆ สังเคราะห์หน่อยๆ ล่องลอย
เซฟไว้ใน favorite เมื่อนานมาแล้วแต่ตอนนั้นค้นพบตอนฉุกละหุก ไม่มีเวลาฟัง
กลับมาเจออีกทีในเวลาเดียวกันที่ค้นพบว่าอ้าว ที่จริงอยู่ค่ายเดียวกับ Sigur Ros เลย
หากแต่ Kyte มาจากอังกฤษไม่ใช่ไอซ์แลนด์
ถ้าชอบ Sigur Ros หรือ Amiina ก็มีสิทธ์จะชอบวงนี้
(แต่ว่า Sigur อัลบั้มใหม่ยังไม่ได้ฟังเลย)
(แล้วปกซีดีของ Kyte ทำไมมันไปคล้ายๆของ Wilco ได้ขนาดนั้นละนี่)
ที่จริงเพลงไฮไลท์คือ Boundaries และ Sunlight แต่ขี้เกียจลง
ใครใคร่ประสงค์พึงฟังแวะเวียนมายสเปซได้ตามอัธยาศัย
http://www.myspace.com/kyteband
เป็นเส้นของคลื่นที่เรียบง่าย นิ่งงัน และเรื่อยตลอด
คล้ายจะคาดหวังไว้ หากยังไม่เชิง
เมฆปกคลุมท้องฟ้า สัตว์ประหลาดปุยนุ่มถูก
บางอย่างไม่ต้องตีความ ไม่จำเป็นที่จะต้องเอ่ยถ้อยวาจาถึงมัน
close your eyes, open your heart
กระดุมหลุด กล้ามเนื้อเบี้ยว
การไม่ไปไหนเลยที่ดีที่สุด
ของฝากแสนล้ำค่า ถูกใจ เมื่อได้ใช้แล้วอารมณ์ดี
นักอุดมคตินิยม ชอบดื่ม calpico
ญี่ห้อที่ญี่ปุ่นเขาเรียก calpis
calpis v.s. calpico?
ฟองของ calpis หรือ calpico แบบโซดา เบาบางเกินกว่าที่จะปกคลุมโลกแห่งอุดมคติที่ได้สร้างไว้
โลกนั้นแตกสลายโดยง่ายดาย
และถูกสร้างขึ้นมาอีกรอบโดยง่ายดายเช่นกัน
เป็นวัฏจักรเวียนวน วนเวียน เวียนวน ซ้ำซ้อน
เท่ากับที่เดิม อย่าเริ่มดีกว่า
เรียกโยคีเพลย์บอยมาเต้นกัน
ฟังเพลงตื่นของบอยตรัยและ arcade fire สลับกันไป
ตื่น ตื่น ตื่น
แล้วก็แวะเข้าเว็ป wakeup
แต่ไม่ได้ช่วยอะไร
ยังหลับอยู่
อยากหลับตา และนอนหลับชั่วนิรันดร์
เพื่อจะสานต่อ...อะไร
เราหลับเพื่ออะไร เรากลับไปทำไม
ไม่มีคำตอบ

ผึ้งน้อยบินว่อน
นี่ไม่ใช่เรื่องสั้น ไม่ใช่บทความ ไม่ใช่การบ่น ไม่ใช่อะไรทั้งนั้น
มันคือปิดเทอมหน้าร้อนครั้งสุดท้าย
จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อวงภูมิจิตเจอกับช่วงเอ็นทรานซ์ของแฟตเรดิโอ
คลิปเก่าแก่ ตั้งแต่ปีที่แล้ว พึ่งไปเจอจากมายสเปซหนุ่ม
ดูได้เรื่อยๆดี ขำตอนที่บอกว่าอาร์มแชร์เก๊กกับตอนที่กัดเปอร์
ไม่ได้ฟังแฟตฯนานแล้ว จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้มีเพลงของวงเปิดบ้างยัง
ตลอดเวลาที่ผ่านมานี้
สิ่งที่เราคิดว่าเคยมองออกทะลุปุโปร่ง
กลับหม่นมัวและมืดดำ
มืดมิด มืดมิด มืดมิด
ไร้ทางออก
ที่จริงแล้วเราไม่เคยเข้าใจอะไรเลย
เมื่อวันก่อนไปค้นคอมเครื่องเก่าเพื่อจะหาเพลงของ Salyu ฟัง
เลยถือโอกาสจัดเรียงของในนั้นไปด้วยเลย
แล้วก็ไปเจอดราฟจดหมายที่เขียนไว้
ปกติ สมัยก่อน เวลาส่งเมลล์หาใครจะไม่อ่านเพื่อตรวจทานหรือเซฟเก็บไว้ เขียนเสร็จแล้วส่งเลย
พึ่งมารู้เอาก็ตอนครั้งท้ายๆนี่แหละว่าหมู่คำของเราบางทีก็ควรค่าแก่การที่จะเก็บรักษา
พยายามหาผู้รอดชีวิตฉบับอื่น แต่เจอแค่อันเดียว
เค้าว่าอ่านจดหมายของคนอื่นเป็นการเสียมารยาท
แต่เราก็อ่านของชาวบ้านมานับไม่ถ้วนแล้ว จะเป็นไรไปถ้าเราจะไร้ยางอายเอาจดหมายตัวเองมาเปิดเผย
ตอนแรกจำไม่ได้ว่าเขียนเมื่อไหร่ และส่งหาใคร
แต่พออ่านไป อ่านไป ถึงเรื่องเพื่อนล้มหัวคว่ำ สุดท้ายก็จำได้ว่าตอนนั้นเราอยู่ ม.4
แล้วเพื่อนคนที่ล้มก็คือแอล วุ่นวายกันใหญ่ เอ็กซ์ขับรถไปส่งโรงพยาบาล ทุกคนกระวนกระวายและเป็นห่วง
เหมือนพึ่งเกิดขึ้นเมื่อวานเลย
และจดหมายเราก็เป็นแบบนี้
รู้อะไรไหม? พี่พูดถูก เราไม่น่าที่จะรีบร้อนอ่านผลงานชิ้นเอกของมูราคามิ เรื่อย เอื่อย และสบาย น่าจะอร่อยกว่า
เหมือนเนื้อนอกที่คัดสรรมาอย่างดี
ต้องค่อยๆละเลียด ไม่สามารถกลืนลงไปได้ทั้งชิ้นในเวลาเดียว
ต้องขอปฏิเสธว่า ไม่ได้เรียนด้านใดอย่างที่กล่าวมาทั้งสิ้น
ขอบคุณที่พี่ชอบกลุ่มคำของเรา ดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ยินเช่นนี้
แต่ได้โปรด ขออย่าได้บอกว่าชอบ เราก็แค่เขียนจดหมายคุยกัน วัยรุ่นสองคนกับจดหมายทางอิเล็กทรอนิคส์ที่อืดอาด เหมือนเด็กๆเขียนจดหมายหากัน เขียนโดยไม่ต้องเกรงกลัวสิ่งใด เขียนเพื่อความสบายใจ อยากเขียนก็เขียน เมื่อไม่อยากก็เฉยซะ
ไม่มีช่วงไหนที่ไม่เหนื่อย ดังที่ใครได้กล่าวไว้ รื่นเริงกับชีวิตมอปลาย และดื่มด่ำมันให้สุดขั้ว
นั่นเป็นเรื่องที่ถูกต้อง
อีกไม่กี่วันจะถึงกีฬาสีของเรียนเรียนเรา ไม่ทราบนะคะว่าที่โรงเรียนอื่นเป็นอย่างไร แต่การจัดการกีฬาสีของโรงเรียนเรานั้น เป็นเช่นนี้ :
ทางโรงเรียนจะไม่ยุ่งเกี่ยวใดๆเลย ให้เด็กนักเรียนเป็นคนจัดการกันเอง สร้างแสตน, เป็นพี่เลี้ยงเด็ก, เดินพาเหรดและเชียร์หลีดเดอร์, และ ไม่รู้สิ ทำหลายอย่าง จะเรียกว่าทำทุกอย่างก็เป็นได้ ทุกอย่างเท่าที่พวกฝ่ายครูๆจะนึกออก และสามารถปัดมาให้เด็กนักเรียนทำได้อย่างไม่เกินกำลัง
อ้อ ลืมพูดถึงไปว่า ที่ให้เด็กจัดการเองนั้น หมายถึงเด็กโต นับตั้งแต่ชั้น highschool g.9-g.12 (ให้ตายสิ เราไม่ชอบเลยเวลาพิมพ์อังกฤษอย่างงี้) หรือว่า ม.3 - ม.6 แบ่งตามชั้นวรรณะ
ปีที่แล้วเราไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรกับเพื่อนๆเลยนะ พูดตามตรง,
เพียงแค่ไปถึงโรงเรียน ให้ครูเช็คชื่อว่ามา อยู่ต่ออีกนิดหน่อยพอเป็นพิธี
จากนั้นเราก็ไม่รู้เรื่องราวใดที่เกิดในวันกีฬาสีอีกต่อไปแล้ว
เราซื้อขนมปังมาสองสามชิ้น กับน้ำอีกขวด ปลีกตัวออกมา
ไม่มีใครสังเกตุ ไม่แม้แต่จะคิดสงสัย การหายตัวอย่างฉับพลันของเราเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปแล้วสำหรับเพื่อนๆ
หาม้านั่งที่คนเดินผ่านไม่มากนัก ปักหลักอยู่ตรงนั้น หยิบหนังสือหรือแม็กกาซีนมาอ่าน
เชื่อไหมว่าเรานั่งอยู่นั่นได้ทั้งวันเชียวละ
แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนก่อน วันนี้กว่าเราจะถึงบ้านก็ตั้งสามทุ่มกว่า
ไม่เคยออกไปเที่ยวข้างนอกมาก่อนค่ะ ยกเว้นออกไปกับคุณแม่ คาดว่าแสงเสียงอาจทำให้เรามึนงงได้
พึ่งรู้วันนี้ ว่าก่อนวันจริงนั้นเค้าเตรียมการกันก่อนเป็น 3-4 เดือน เพื่อนๆที่เป็นเชียร์หลีดเดอร์นี่อยู่ดึกกว่าเราเสียอีก
ไม่ต้องสงสัยไปค่ะ เราไม่ได้เป็นเชียร์หลีดเดอร์ อดถือพุ่ม เต้นส่ายไปส่ายมา เหตุประการเดียวก็คือ หุ่นไม่ให้
แสตนของเกรดเราจะต้องเลิศอลังการ แยมพูดไว้
แยมคือ เพื่อนที่สนิทที่สุดของเรา...มั้ง
หน้าตาขาวสะอาดดีเยี่ยม การเรียนก็อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เป็นที่ชื่นชอบในหมู่ผู้ชาย
และ วาดรูปเก่ง ไอเดียสุดบรรเจิด เป็นอาร์ตติสของเกรด คงจะเป็นเรื่องแปลกไม่น้อย ที่คนที่เพรียบพร้อมสมบูรณ์แบบขนาดนี้ ได้มาเป็นเพื่อนสนิทของเรา
แต่คบไปนานๆทีเข้า เราก็เห็นจุดอ่อน ข้อผิดพลาด ปานบกพร่องของเจ้าหล่อนเสียเข้าให้
ณ ที่นี้ ไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่าความสัมพันธ์ของเราสองเป็นเช่นไร จู่ๆจะไม่พูด ก็ไม่พูดกันไปได้เป็นเดือน แต่พอบางวัน กลับมาหัวเราะทำตัวบ้าบอไปได้อย่างเคย
เอาละ กลับมาที่เรื่องวันกีฬาสีของเรา
วันนี้เป็นวันที่สามที่เราลองอยู่ช่วยพวกเพื่อนๆทำงานดู
เราไม่ได้ทำงานที่โรงเรียนกัน อาจจะเป็นเพราะว่า พื้นที่ไม่พอ และรูปร่างของแสตนก่อนที่จะได้ตั้งตระหง่านนั้น เป็นความลับ เพื่อไร้ความเสียเปรียบได้เปรียบต่อเกรดอื่นๆ
ไม่ต้องแปลกใจไป เราไม่ได้เช่าห้องที่ไหนทำหรอก เพียงแต่ว่า เรื่องมันก็ง่ายนิดเดียว
มีเพื่อนในเกรดคนนึง บ้านรวย ถึงชั้นเศรษฐีก็ว่าได้
และเป็นเรื่องบังเอิญที่น่ายินดี เมื่อบ้านของเพื่อนคนนี้ อยู่ใกล้กับโรงเรียน เดินไปประมาณแค่ห้านาทีก็ถึงแล้ว
เรายกเค้าไปทำงานที่บ้านของเพื่อนคนนี้กัน เลอะเทอะนิดหน่อย แต่รายละเอียดที่ต้องเก็บกวาดไม่เหนือบ่ากว่าแรง
คุณอาร์ทติสประจำเกรด จะออกแบบ ผลงานชิ้นใหญ่ ตื่นโตและหรูอลังการ
คุณอาร์ทติสจะกระจายงานให้แต่ละคนที่มาช่วยทำไปเป็นกลุ่มๆ ไม่เหนื่อยยาก เพียงแต่ต้องใช้เวลาและความปราณีตในการทำให้ลุล่วง
หลังจากเราแปะกระดาษ ทาสี และทำงานจิปาถะอื่นๆเสร็จหมดแล้ว สิ่งที่หยุดเราให้ได้ชะงักไว้นาน ก็คือ การตัดโฟม
พี่อาจคิดว่า (หรือถ้าไม่ได้คิด ก็ขอโทษค่ะ) การตัดโฟม? มันมีอะไรกับการตัดโฟมวะ? ก็แค่ดูแบบ เอาปากกาวาด และเอามีดตัดตามที่ต้องการ
ก่อนหน้าที่เราจะได้ทำหน้าที่นี้ เราก็คิดเช่นนั้น พูดแซวเพื่อนที่นั่งทำอยู่ว่าจะใช้เวลาทั้งวันเลยไหม? ไม่ทำถึงพรุ่งนี้ไปเลยละ? และหัวเราะร่วนตามคำแซวของตัวเองเมื่อเพื่อนยิ้มออกมา เป็นต้น
เมื่อได้มาลองเอง ต้องพูดว่า ช้าก่อน ทุกอย่างไม่ได้เบามือเช่นนั้น การตัดโฟม สำหรับเราแล้ว เป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสเอาการ ถ่วงเราไว้ที่ตรงนั้นได้เกือบๆ 4 ชั่วโมง
อุปกรณ์เป็นเรื่องที่สำคัญไม่น้อยในภารกิจนี้ สิ่งที่เราใช้นั้นคือมีดคัตเตอร์ ต้องเพิ่มความระวังมากขึ้นกับงาน เพราะว่ามันคมกริบเลยละ
งานนี้มีเราทำหนึ่งคน และอีกคนเป็นเพื่อนสาวหน้าตาดี หากนิสัยไม่เข้ากับหน้าตา
เราสนุกนะ จะว่าไป--ได้ทำงานไป คุยไปเรื่อย เวลาผ่านเป็นถังก่อนที่จะรู้สึกรู้สาว่านี่ฟ้ามืดแล้ว
เราหยุดตัดโฟมไปสิบนาทีหนังจากทำมีดคัตเตอร์ด้ามที่สองหัก แต่ไม่นานนักก็กลับมาทำใหม่
เป็นเช่นนี้เรื่อยไป จนถึงสามทุ่มกว่า ถึงจะได้เดินทางกลับบ้าน
มีเหตุร้ายเกิดขึ้นเล็กน้อย เพื่อนเชียร์ลีดเดอร์หัวกระแทกพื้น โดนจับส่งโรงพยาบาล
ไม่มีอะไรมาก เพียงแค่หัวโนเล็กน้อย และปวดตึบ หมอเอ็กซเรย์แล้ว ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ กลับบ้านได้เลย
แต่คุณแม่ของเพื่อนสาวไม่ยอมเช่นนั้น เจาะจงให้ลูกนอนโรงพยาบาล พร้อมติว่า จะให้เลิกเป็นหลีด
เท่าที่ได้ยินมา เพื่อนสาวคนนั้นพูดออกมาจากปากเองว่า ถึงจะห้าม ก็จะเต้นในวันจริง
คุณแม่ถึงกับเงียบ พูดอะไรต่อไม่ได้
ตอนกลับบ้าน สายตาผู้คนที่รถไฟฟ้ามองเราอย่างพินิจพิจรณา
อาจตีความไปได้ว่า หนึ่งในนั้น มีความคิดว่าเราไปตกถังสีมา หรือไม่ก็เป็นตัวเราเอง ที่ตื่นไวและหลงต่อตนเองจึงคิดไปว่าถูกมอง
เนื้อตัวมอมแมม ไม่เหลือชิ้นดี
แต่ยังไงก็แล้วแต่ นี่แหละค่ะ เราถึงบ้านแล้ว
อ้า กว่าจะรู้ตัว ก็ได้พูดเรื่องไร้สาระไปให้พี่ฟังมากมาย
หวังว่าคงไม่รังเกียจ หรือว่าเบือไปซะก่อน
เล่าเรื่องของพี่มาให้เราฟังบ้างก็ได้ เล่าแบบจริงใจ เปิดเผยทุกซอกทุกมุมอย่างไม่หวั่น
เรื่องอะไรก็ได้ เราอยากอ่าน เราชอบการเขียนคุยกันยาวๆ อย่างที่ได้บอกไปแล้ว
ถึงแม้ว่ามันจะดูเหมือนกับการบ่นอยู่คนเดียว แต่มันให้ความรู้สึกแปลกพึลึก ผิดแผกจากการคุยกันโดยโทรศัพท์หรือการแชทกันโดย MSN โดยสิ้นเชิง
เอาละ ขออภัยอีกครั้งที่เล่าเรื่องงี่เง่าเหยียดยาว
รู้อะไรไหม? เวลานี้เรานึกถึงจดหมายของผู้หมวดมามิยะ ที่มักจะกำกับท้ายมาเสมอว่า "ขออภัยที่เล่าเรื่องไร้สาระเหยียดยาวให้คุณฟัง"
เออบางทีพี่อาจจะพูดถูก
ไม่อาจรู้ได้เช่นกัน เขียนอย่างงี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร
ขออภัยที่เล่าเรื่องไร้สาระเหยียดยาวให้พี่ฟังค่ะ
ส่วนนึงที่ทำให้เราหยุดกึกหลังอ่านจบ คือความคิดที่ว่า เราเคยเขียนแบบนี้ด้วยเหรอ? นี่คือจดหมายของเราเหรอ? จำไม่ได้ ถ้าไม่ได้เจอในคอมเก่าตัวเอง มาอ่านทีหลัง คงไม่รู้ว่านี่เป็นของเรา
เหมือนเราไม่เคยเขียนอะไรอย่างนี้ เราไม่เคยพอใจในตัวอักษรที่พยายามเรียงร้อยออกมาสักครั้ง พอเวลาเขียนอะไร กลับมาอ่านอีกที ไม่เคยเพียงพอใจ
แต่ครั้งนี้กลับแปลกออกไป พอลองมาอ่านดูแล้วความรู้สึกอีกแบบก่อตัว ไม่ใช่ว่าพอใจหรือชอบ แต่ความรู้สึกไม่พอใจหายไป คล้ายกับว่าเรารู้สึกเป็นธรรมชาติกับจดหมายนี้ที่เราเขียนมาก
อาจเป็นเพราะว่าไม่ได้เขียนเพ้อเจ้ออยู่คนเดียว แต่กำลังเล่าเรื่องของตนให้อีกฝ่ายที่เรารู้ว่าจะเขียนตอบฟัง ก็เป็นได้
ไม่ได้เขียนจดหมายนานแล้ว ทั้งแบบอิเล็คโทรนิคส์ และแบบปากกา-กระดาษ
อีกส่วนก็คือ อ่านเรื่องแยมแล้วอึ้งไปกับตัวเอง
ไม่รู้ว่าเราจะคิดกับเค้าแบบนั้น
ปัจจุบันกับอดีตเทียบค่ากันไม่ได้เลย
แยมไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสียหน่อย เพียบพร้อมสมบูรณ์แบบเหรอ เหอะ ไม่มีใครในโลกนี้หรอกที่เพียบพร้อมและสมบูรณ์
เรามันก็แค่นักวาดภาพที่ไหลไปกับคำชักจูงของตัวเอง

เย็นๆ สังเคราะห์หน่อยๆ ล่องลอย
เซฟไว้ใน favorite เมื่อนานมาแล้วแต่ตอนนั้นค้นพบตอนฉุกละหุก ไม่มีเวลาฟัง
กลับมาเจออีกทีในเวลาเดียวกันที่ค้นพบว่าอ้าว ที่จริงอยู่ค่ายเดียวกับ Sigur Ros เลย
หากแต่ Kyte มาจากอังกฤษไม่ใช่ไอซ์แลนด์
ถ้าชอบ Sigur Ros หรือ Amiina ก็มีสิทธ์จะชอบวงนี้
(แต่ว่า Sigur อัลบั้มใหม่ยังไม่ได้ฟังเลย)
(แล้วปกซีดีของ Kyte ทำไมมันไปคล้ายๆของ Wilco ได้ขนาดนั้นละนี่)
ที่จริงเพลงไฮไลท์คือ Boundaries และ Sunlight แต่ขี้เกียจลง
ใครใคร่ประสงค์พึงฟังแวะเวียนมายสเปซได้ตามอัธยาศัย
http://www.myspace.com/kyteband